Supapen さんのプロフィールMoonwrite the Storyフォトブログリスト ツール ヘルプ

ブログ


5月23日

สายเกินกว่าจะบอกลา...บุคคลแห่งความทรงจำ

แอร์..เราขอโทษนะที่ไม่ได้ไปร่วมงานของแอร์เลย
เรามีความจำเป็นบางอย่างที่ไม่สามารถไปได้...
เรามาเขียนไว้ในนี้...เพื่อที่ว่า 
 
ถ้า..  จ๊ะแอร์จะสามารถรับรู้ได้...จะได้รู้ว่าเรายังระลึกถึงแกอยู่เสมอ
 
ถ้า... แกเข้ามาเร็วกว่านี้  แกคงไอดีก่อนหน้าเรา  ไม่แน่ว่า  เราอาจจะได้เป็น partner lab กัน
ถ้า... แกไม่ได้ชื่อ " อ "- แอร์  เราคงไม่ได้เรียกแกว่า จ๊ะแอร์.... เพราะว่ากลุ่มเรามีจ๊ะโอ๋  เราจำได้ว่าเราเรียกแกแบบนี้ที่ใต้ตึกมหามกุฏ คณะวิดยา เป็นที่แรก
ถ้า...แกไม่แกล้งเราก่อน  เราคงไม่อยากคุยกับแก
ถ้า...  แกไม่ได้เลือกเรียก Game Leader เหมือนกับพวกเรา   เราคงไม่ค่อยได้คุยกับแก  และคงไม่มีโอกาสได้นั่งรถที่แกขับ
ถ้า... แกไม่มาคณะแต่เช้าและไปกินข้าวที่ใต้ศูนย์   เราคงไม่ได้ลง gossip smo ในคอลัมของแก
 
ถ้า... เราไม่มีวาสนาต่อกันเลย   เราคงไม่ได้มาพบกัน
 
นับว่าเรายังได้ทำสิ่งที่ดีร่วมกันมา   ครั้งหนึ่งเราถึงได้มาเป็นเพื่อนกัน
 
จ๊ะแอร์  ขอโทษนะ  ที่เราไม่เคยได้ไปเยี่ยมแกเลย  ทั้งที่เราก็มีโอกาสอยู่หลายครั้ง
ถ้าเราไม่คิดว่าคงจะมีโอกาสหน้า....  มันก็คงไม่สายเกินไปแบบนี้
 
สายเกินกว่าที่เราจะบอกลาแกแล้ว
 
เราได้แต่อธิษฐานให้แกได้ไปอยู่ในที่ๆสุขสงบนะ  อย่าได้มีห่วงกังวลให้ทุกข์ใจ
 
แม้วันนี้เราจะหมดโอกาสที่จะได้พบเจอกันอีกแล้ว
แต่แกก็ยังคือ บุคคลในความทรงจำ...ของเราตลอดไปนะแอร์
นับว่ายังโชคดีอยู่มากนะ  ที่ครั้งหนึ่งในชีวิตเราได้รู้จัก  ได้มาเป็นเพื่อนกับแก
 
 
....  ถ้าเราเป็นเพื่อนกัน...เราก็ยังจะเป็นเพื่อนกันแม้ว่าวันนั้นเราจะไม่มีลมหายใจ
9月15日

gossip"" ที่ไม่ได้ลง

เรื่องราว... สวยงาม

Moonwrite  the story

 

 

เคยได้ยินหนึ่งคำพูดกล่าวไว้

You don’t need to travel around the world to realize that the sky is blue everywhere

และอีกหนึ่งคำพูดที่ตอบมา...

Not only the colors,  but there are so many tales beneath the sky.

 

คนอ่าน...อ่านแล้วคิดอะไรอยู่รึเปล่า

คนเขียน...อ่านแล้วชวนให้คิดว่า...ทำไมฟ้าถึงเปลี่ยนสี...

ซึ่งดูจะเป็นคำถามที่ไม่เข้ากับสองประโยคนั้นนัก

 

บ่อยครั้งที่ คนเขียนได้นั่งชื่นชมกับสีสันของ  ฟากฟ้า...สุดขอบเพดานของดวงตา

ไม่ว่าจะ ....เหลืองอ่อนเจิดจ้า...ครึ้มคราม....หรือจะเทาหม่น

ท้องฟ้า...ก็ได้ชื่อว่า ...ฟ้า... เช่นเดิม

 

หลายครั้ง...ที่ฟ้า...ครึ้มฝน... ดูสวยดี

และบ่อยครั้งที่ฟ้าสีจางจากประกายแดดอ่อน...มองแล้วต้องถอนใจ

ความรู้สึกสวยงามทั้งหลาย...ถูกกำหนดโดยความรู้สึกของคนมอง

หรืออาจจะพูดให้เข้าใจยากอีกนิดตามประสาคนเขียนว่า

 

ฟ้าสวย...ด้วย    เรื่องราว    ..ใต้ฟ้า

 

นั่นเพราะความรู้สึกหลากหลายที่ระบายสีให้ท้องฟ้านั้น...มาจาก เรื่องราว

เรื่องราว.... ที่เกิดขึ้น  ใต้แผ่นฟ้า

ชุ่มชื่น  ... สดใส  ... ประทับใจ

เหนื่อยหน่าย...อ่อนล้า

 

และถ้าคิดต่อ ถึงสิ่งอื่นต่อไป...นั่นคงไม่ได้จำกัดอยู่แต่  ท้องฟ้า

แทบทุกสิ่ง..ทุกอย่าง  หรืออาจจะเรียกว่า ทุกสิ่ง ในความนึกคิดของคนเขียน

งดงามได้ก็ด้วย... เรื่องราว

 

อะไร ๆ...ก็งดงาม...เพราะเรื่องราว

 

 

 

 

 

นึกถึงเส้นพลาสติกที่เป็นตัวล็อกขวดน้ำ  วงแหวนพลาสติกสีขาว

ชายคนนึงเปิดฝาขวดน้ำเพื่อดื่ม... วงแหวนนั่นติดอยู่ที่ปากขวด

เขาหยิบวงแหวนนั่นออก... ใช้นิ้วชี้กับนิ้วโป้ง บีบมันให้เป็นรอยตามขวาง

เกิดรอยพับขึ้นสองเส้น....ดัดที่รอบพับด้านหนึ่งให้โค้งนูน

แล้วเขาก็ส่งวงแหวนรูปหัวใจนั่นให้ผู้หญิงที่นั่งอยู่ที่ฝั่งตรงข้ามของโต๊ะ

 

 

 

 

 

ไม่ว่าจะบนท้องฟ้า... หรือใต้ท้องฟ้า

 

 

 

เรื่องราว...ทำให้สิ่งเหล่านั้น...สวยงาม

 

และทุกชีวิต...เต็มไปด้วยเรื่องราว

 
9月8日

เวลา

เวลา..  แสนมหัศจรรย์
เปี่ยมไปด้วยคุณค่า...ที่ไม่อาจจับต้อง...
 
 
ไม่ว่าจะเป็นเวลา..ของการ  รอคอย  
หรือเวลา... ของการกระทำ... 
 
ทุกครั้งคราวง.. เวลา  ..ก็ยังรักษาความมหัศจรรย์ไว้ได้อย่างเหนียวแน่น
 
 
ถ้าวันนี้... เวลาจะหมดแล้ว
ไม่ว่าเวลา...จะเพื่ออะไร  หรือเพื่อใคร..
 
 
ความหวังที่จะ  เท่าทัน ..ก็ยังคงอยู่...จบจน...หมดเวลา
 
 
 
และเมื่อผ่านพ้นไปแล้ว
 
จึงได้แต่มองเวลาอย่างใจเย็น
 
พูดในใจเบาๆ  ..
 
มันก็"แค่" อีก...เรื่อง ... ที่ผ่านไป
 
 
 
เวลา...
จึงเป็นส่วนหนึ่ง.. ที่ทำให้เรื่องราว... งดงาม
 
ตื่นเต้น...
หรือ
จืดจาง..
 
.... กำหนดด้วย....  เวลา
 
 
 
 
เวลา... 
 
เราอยากจับต้องเจ้าได้จริงๆ
 
 
 
 
9月7日

ข้างหลังภาพ

วันนี้..นึกถึงประโยคนี้
 
 
ฉันตายโดยปราศจากคนที่รักฉัน แต่ฉันก็อิ่มใจว่า ฉันมีคนที่ฉันรัก  
9月2日

อีกหนึ่งครั้ง...

 อีกหนึ่งครั้ง...
ที่... คนอ่าน  จะอ่าน..ไม่รู้เรื่อง... และไม่เข้าใจ
และนั่น... ทำให้ ...ทุกครั้ง...ไม่รู้เรื่อง
 
 
วันนี้... รู้สึกหวั่นไหว...
เป็นอีกหนึ่งครั้ง ... ที่หวั่นไหว...และเป็นอีกหนึ่งครั้งง..ที่จะ..ตัดใจ
 
.... อีกหนึ่งครั้ง...ที่เข้าสู่...วัฏจักรเดิมๆ..
 
... ตื่นเต้น... หวั่นไหว....จบลงด้วยการ....ตัดใจ
 
อีกหนึ่งครั้ง...ที่....ไม่ได้ต่างไปจากเรื่องเดิมๆ ...
 
แต่มีความเจาะจง...ที่แตกต่างกว่าเดิมมาก....  เสียดายอยู่เหมือนกันกับความพิเศษ...
 
แต่สิ่งที่ทำได้  คือ.... ตัดใจ...
 
 
เพื่อ....
 
 
สิ่งที่คิดเองว่า...ถูกต้อง   และ  เหมาะ ...ควร
 
 
ขอบคุณ  เวลา  และโอกาส  ที่ผลัดเปลี่ยนชีวิตให้ได้รับสีสันที่ตื่นใจ...
ขอบคุณ...  ใคร...  ที่มาให้เห็นว่า  ความไกล-ใกล้   ไม่ได้มีอิทธิพลต่ออาการ  หวั่นไหว
ขอบคุณ...ที่ มาช่วยสังเคราะห์สีสัน...
 
 
อาจจะลำบากซักนิดที่จะเอาแม่สีที่เคยชินมาผสมสีให้ได้..สีสันในวันนี้
จึงทำได้แต่...พยายามซึมซับ "สีสวย".... ในวันนี้ให้อิ่มใจที่สุด
 
 
ไม่ค่อยจะยอมรับกับใคร...ว่า หวั่นไหวเข้าให้แล้ว...
 
และอีกไม่นาน...  มันก็จะง.ผ่านไป  เช่นทุกครั้ง
 
 
 
ยังไม่ทันจะได้รัก...
แต่ก็รู้สึกว่า...การเริ่มรัก...ไม่ยากเลย...
 
ส่วน  รัก... ก็ยิ่งทวีความยากยุ่ง...เข้าทุกที
 
 
 
ไว้โอกาสหน้า...จะรัก...ใคร....ซักคน
 
8月26日

วันนี้ฝนตก...ชั้นคิดถึงเธอ

ตอนนี้ฝนตกหนักเลย
ตก...จนแทบไม่เห็นเม็ดฝน  เห้นแต่หยดน้ำเกาะที่กระจก  กับไฟริบๆ และฉากหลังมืดๆ
 
เราชอบฝน
แต่เคยมีคนบอกเราว่า  หน้าฝนแล้วเหงา
 
วันนี้เราเหงา ... และเรายังชอบฝน
ฝน... ทำให้คิดถึงใครหลายต่อหลายคน
มีว่าหลายคน... ไม่ได้เกี่ยวกับฝน..ของเรา
 
ชื้นๆ แฉะ ๆ... และเย็น
 
 
.... เสียงฝน...ซ่าๆ
 
ชั้นคิดถึงเธอ
 
 
8月25日

ไร้เดียงสา...ต่อการจากลา

แล้วจะเก็บดอกไม้มาฝาก...         คือหนังสือมือสองที่เพิ่งซื้อมาทางเน็ต

ฉันโบกมือให้เด็กน้อย    เขาเฉยๆ ไม่โบกตอบ ซึ่งฉันก็ยินดีที่เขายังบริสุทธิ์มากเกินที่จะรู้ถึงสัญลักษณ์ของการลาจาก
 
 
ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมถึงชอบประโยคนี้นักหนา...
ในชีวิต..เจอกับการจากลา...มาไม่รู้กี่ครั้ง...  มันเป็นความรู้สึกแบบไหน
 
เราเรียกมันว่า  "  ใจหาย  "  เสมอมา
 
คนอื่นเรียกว่าอะไรหว่า ???
 
แต่เหมือนนานแล้ว... ที่ไม่ได้ขบคิดกับความรู้สึกนี้ ... ( ชวนให้นึกถึงว่า  มันนานแล้วนะ )
 
นึกถึง...อาการใจหาย... มันโหวงเหวง  เนาะ
 
 
เคยคิดว่า...นัยของคำลา.... แม้จะเรียบง่ายที่สุดแล้ว 
โดยส่วนลึก...มันคงแอบแฝงความนึกคิดเบาๆที่ว่า  ซักวันเราจะพบกันอีก
และส่วนใหญ่แล้ว...ทุกครั้งที่เราพบความรู้สึกแบบนั้น ... มันจะเป็นการจากลา...ที่ไร้โอกาสพบเจออีกครั้ง
... การจากลา...ไม่ว่าจะ รูปธรรมหรือ นามธรรม
 
ไม่ได้เกี่ยวกับชื่อเรื่องที่ตั้งเลย...
 
เพียงแต่ความคิดเล้กๆ...เอ็นดูกับความไร้เดียงสา
 
หากแม้ไม่รู้จัก... คงเพียงไม่รับรู้...แต่เข้าใจว่า... " ไปแล้ว "
 
ไม่น่าจะทันได้ใจหาย...  ซึ่งยินดี
 
 
แต่ไม่รู้จะทันได้พูดคำว่า.....โชคดี
ถ้าไม่ทัน... ขอพูดตรงนี้...อีกที่
 
 
 
โชคดีนะ...
 
 
 
 
8月24日

วันนี้ฉัน...เพิ่งจะเข้าใจ

เมื่อวานนี้คุยกับน้องอุ...คุยกันเรื่องนิ้วกลม
นึกขึ้นมาได้ว่ามีหนังสือของนิ้วกลมอยู่สองเล่ม...โอกาสหน้าจะซื้อหามาอ่านเพิ่ม
ที่มีคือ
อิฐ ... จ๊ะโอ๋ให้เป็นของขวัญวันเกิด... ในปีนี้... เป็นของขวัญวันเกิดชิ้นสุดท้ายที่ได้รับ
อีกเล่มคือ  โตเกียวไม่มีขา ... อันนี้ซื้อเอง  ไปเดินๆ ในร้านหนังสือ..หยิบขึ้นมา...แล้วก็เสียงเงิน
 
วันนี้เอา..อิฐ...ไปให้น้องอุยืมอ่าน ...
 
แต่เมื่อวาน...ตอนที่ไปรื้อหนังสือเล่มนี้ออกมา...
 
แว๊บแรกที่เห็น...
อ้าวมันอยู่นี้.... เรามีเล่มนี้กับเค้าด้วยเน๊าะ...
 
แล้วก้เป้นธรรมดาที่จะพลิกซ้ายขวา...เปิดมันดู
 
...อื้ม...เล่มนี้ ..จ๊ะให้มา... คล้ายจะจำได้ว่า... เล่มนี้...จ๊ะเขียนอวยพรที่ด้านหลัง
 
....  เปิดที่ปกหลังดู
 
หนังสือเล่มนี้...จ๊ะตั้งใจจะให้ๆทันวันเกิด...  แต่เพราะมันขาดตลาด ...  เลยล่วงเลยเวลาไปพอควร
 
นั่นไม่ใช่ประเด็น
 
 
หนึ่งใจความที่เราพอจะหยิบจับขึ้นมาได้ต่างหาก...  ที่มัน คือประเด็น
 
รักษา...สุขภาพดีๆนะ....ภาษาทางความรู้สึก...ได้ยินคำว่า  ห่วงใย
 
ดีใจที่เราได้มาเป็นเพื่อนกันที่นี่... ผ่านเรื่องราวมากมายมาด้วยกัน.... 
รู้สึกหายใจไม่ออก...แน่นไปด้วยความรู้สึกบางอย่าง...
........ เราเพิ่งเข้าใจ
 
 
ในแง่มุมร้อยแปดความหมายของคำว่า ... "เพื่อน"
รู้สึก...นึก...เห็น... ความ สำคัญ...ยิ่ง...เสมอมา
 
เคยมีประโยคนึง... ที่เราเคยพูดกับคนอื่น
 
เวลา... จะพาเจ้าไปเรียนรู้
 
วันนั้น...เวลา...พาเราไปรับรู้สึก... กับความนึกคิดหนึ่ง...
แล้ววันนี้...เวลา...พาเรามารู้รับ... กับอีกหนึ่งความคิด.... นึก
 
 
มันทำให้เราเชื่อมโยง... เรื่องราวต่างๆเป็นวงกลมอีกครั้ง
 
รัก...ของเรา...ไม่มีเงื่อนไข... เราคิดอย่างนั้น
ไม่ว่าจะรัก..ใคร...หรือ  รัก..อะไร
 
ไม่มีมีสิ่งไหน... ที่ไม่ควรค่า...แก่การรัก.... เมื่อมันได้ถูกรัก
 
แล้วเราก็พลาดเอง...ในวันนึง...
เป็นความพลั้ง ...พลาด..เผลอ... หรืออะไรก็ตาม
 
ทำให้เรา...เข้าใจผิดไปว่า...
เรายังรัก..พวก เราอยู่มั้ย
ที่เป็นอยู่ ...มันเรียกว่าอะไร...
เราเข้ากันไม่ได้...เพราะไม่เคย... เพราะไม่เหมือน...เพราะต่างกัน
 
โดยที่เราเอง...ลืมไปว่า... เรายังอยู่กันได้
 
ไม่ว่าความคิดมันจะแปลกประหลาด..ไปแค่ไหน
วันนี้เรายังอยู่ด้วยกัน...
ตอนนี้...เรายังอยู่ด้วยกัน
 
แม้ว่ามันจะยังไม่เคย..เหมือนกัน... ไม่เข้ากัน...
แต่มันก็...
 
" ด้วยกัน " ... มาจนถึงตอนนี้
 
เราคิดแต่มัน..ไม่เหมือนเดิม... เพราะเรา.. ลืม...ไปเอง
 
เหมือนน้ำตาจะหล่อที่ขอบตา
 
เราทำอะไรลงไป...
เราคิดแบบนั้น...ได้ยังไง...
 
ลืมไปเอง...
 
ว่า.... ที่จริงแล้ว...พวกเรารักกัน...
 
 
และ  รัก ..ไม่ได้มีเงื่อนไข...ว่าต้อง ...เข้ากันได้...
 
เพียงแต่ตอนนี้...  เรารู้สึกรักพวกแก... เท่านั้น
 
รัก.. คงอยู่...ด้วยกันได้
 
 
 
.... เราขอโทษ
 
 
บลอคนี้...พวกแกคงไม่ได้อ่านกัน
เราเพียงอยากให้..บันทึก..ได้ทำหน้าที่ของมัน...แม้ว่ามัน...ไม่ได้มีไว้เพื่อรักษา...ก็ตาม
คิดถึงพวกแก... จิงๆ
 
 
ปล.    ถึงคนที่อ่าน..แต่ไม่ยอมเม้น...ไม่เม้นไม่ว่านะจ๊ะ... แต่มาคุยกันบ้างก็ดี 
เราจะได้ดีใจว่า...  เราได้คุยกับคุณบ้าง....  เหนจำนวนคนที่เข้ามาอ่านแล้วก็ตกใจ...  เมื่อเทียบกับจำนวนคอมเมน... 
แสดงตัวหน่อยนะจ๊ะ...  อยากรู้จักจริงๆ
 
8月22日

ทุกครั้งไป... อย่าอ่านเลย

ทุกครั้งไป...หมายถึงก่อนสอบทกๆ ครั้ง จะต้องมีอารมณ์อยากเขียน..อันเนื่องมาจากเหตุการณ์สะเทือนใจเสีย...ทุกครั้งไป 
 
และที่ว่า อย่าอ่านเลย  ก้เพราะเกรงใจ คนอ่าน... มันเป็นการสื่อสารทางเดียวที่ยากแก่การเข้าใจ...
อ่านภาษาสัญลักษณ์ด้วยความระมัดระวังนะ... ถ้าจะลองอ่านมันดู
 
ที่จิง ... ตอนนี้แอบง่วง...อื้ม  ให้กำลังใจตัวเองว่า  พิมแก้ง่วงไปละกันนะ
 
 
ตอนนี้กำลังอยู่ในช่วงอารมณ์แปลกประหลาด
ถ้าความรู้สึกนี้ .. เกิดขึ้นซักหนึ่งถึงสองปีที่แล้ว...คงสนุกดี ... ตอนนี้ แก่ไปหน่อย...อายุลดทอนให้มัน...ก็ดี
 
เคยมีเพื่อนบอกว่า... ความรู้สึกแอบชอบ... ตื่นเต้นดี
อื้ม...ไม่ได้แอบชอบ... เลยไม่ได้ตื่นเต้น
 
มีคนบอกว่า... เวลาเริ่มรัก.... โลกนี้จะเป็นสีชมพูแสนสดใส
อ่ะ...ไม่ได้รักใคร...โลกนี้ สี... เดิม
 
รู้สึกว่าสีเดิม...แต่โทนคงต่างไป
นั่นก็ให้ความรู้สึกดีขึ้นมาได้เหมือนกัน... 
 
เอ๋...ทำไมเรารู้สึกว่าแก่อย่างนี้นะ ๕๕  ตอนจะยี่สิบเนี่ย
 
เหมือนสายตาจะยาวขึ้น  ทั้งที่ความเป็นจริง...มันสั้นลง... ( wax ทำปวดตาเลย )
 
คล้ายกับสีสันในชีวิตเพิ่มขึ้น... ทั้งที่เท่าเดิม
คนแวดล้อม..เดิมๆ   กับความรู้สึกที่ว่า โลกนี้มีคนมากขึ้น
 
อ่านหนังสือหลายเล่มที่กล่าวถึง 
การเดินทาง "เข้ามา"  และการ "จากไป" ... ของคน...หนึ่งคน
หลายหลากการบรรยายเหตุผล..ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของคนบนฟ้า 
หรือว่า...เพียงแต่บันทึกมัน
 
เพียงแต่นั่น...เป็นเรื่องอัศจรรย์ใจ....
 
การมี "ใคร" ให้คิดถึง...  น่าจะเป็นเรื่องดี
...แม้ว่าจะไม่รู้ว่าเค้าคือ ใคร...หรือไม่ก็ปิดหูปิดตาไม่รู้
 
 
ฟ้าคงมีสีสดขึ้น...  เพียงแต่ได้ คิด... จากที่มอง  หรือแม้แต่จะมองอย่างเดียวก็เถอะ
 
ฟ้าสีสด... วันนี้เลยดูอารมณ์ดี
 
ถ้าฟ้าเป็นสีชมพู...คงสวยดี...
แต่เพราะมันเป็นไปไม่ได้... ฟ้าสีเทาหม่นๆ หรือ..ฟ้าจางๆ  ก็ยังสวยอยู่
โดยเฉพาะ...ยิ่งเมื่อนึกว่ามันเป็นสีชมพูไม่ได้....ฟ้ายิ่งดูน่าตื่นตาตื่นใจ
 
 
อ่านแล้วงง หละสิ...ไม่เป้นไรหรอก ...มันคือเรื่องปกติของบลอคนี้อยู่แล้ว
 
 
 
 
"นี่คงเป็นสีสันที่ชีวิตสังเคราะห์ขึ้นแน่เลย"
 
 
 
8月20日

รู้สึก

ตอนนี้...เรารู้สึก  อะไร
ทำไม  รู้สึก  เหมือนไม่รู้สึก
 
ความคิด
มันว่าง...  มากไปหรอเปล่า
 
เพราะมองอะไรให้ยาก...หรือง่าย  หรือยังไง
 
เออ ... งง
 
เราเป็นอะไรวะ
 
มึนงง ... สับสน ...   
8月11日

เมื่อวานไปกินข้าวกับปอง

เมื่อวานตอนเย็นไปกินข้าวกับปองมา
หลังจากการคาบประมาณเวลาผิดไปมา...  แลปฟิสิโอเลิกเร็วกว่าที่คิด
ส่วนพวกหมอๆ เค้าโดดกันออกมาตั้งแต่บ่ายสอง
เลยได้เดินเล่นกันนาน...รอเวลาว่าเมื่อไรจะ ห้าโมงเย็น
 
ระหว่างที่ว่าง...ไปนั่งอ่านหนังสือที่ TK ... อย่าเพิ่งคิดว่าขยันมากมาย  ไปอ่าน โตเกียวไม่มีขา
แต่ที่ต้องไปนั่งที่นั่น...เพื่อขอบรรยากาศ
ตอนนี้ถ้าหาตัวเราไม่เจอ...ถ้าไป TK  คงเจอแน่ๆ   ช่วงนี้ไปที่นั่นบ่อยมาก
เหตุผลง่ายๆ  คือ ...ชอบ มุมมองบนนั้น....ยังนั่งได้นานไม่เบื่อ
ยิ่งบางวันมีคนใจดีมาเล่นเปียโนให้ได้ยิน...เพราะบ้าง  ไม่เพราะบ้าง....รู้สึกดี....
เอาหละ  ไว้คราวหน้าจะมาเล่าเรื่องนี้ใหม่
แต่เพราะ TK ทำให้เรานั่งเพลิน.... เลยไปจากเวลานัด
 
เลยไม่ได้ไปเจอเพื่อน...ในที่ๆ เรานัด.... ( สองครั้งแล้วที่สาย )
ก็ไปที่ร้านเลย...ครัวสาธร..แ นะนำโดยบุ้ง...เห็นชอบโดยเรา
ไปถึงก็กินๆ  คุยๆ  มีปองที่ถือกล้องเกือบตลอดเวลา... 
ไม่เจอกานหนึ่งปีสวยขึ้นมากมาย...  ส่วนขนุนก้เหมือนเดิม  เด้กน้อยเหมือนเดิม  เจ๊แอมป์ก็แอบไปตัดผมอีกแร้ว...
ก้นั่งกินข้าวกันสนุกสนาน
นั่งฟังคนโน้น  ( โน่น..นี่...ตามปุยฝ้าย) เค้าแซวกัน  ขำดี
เห็นความเปลี่ยนแปลงมากน้อยแตกต่างกันไป
รวมทั้งความสุขที่ได้มาเจอกานแบบพลการแบบนี้ด้วย
แปลกที่ไม่เคยได้ความรู้สึกนี้จากการ reunion ในครั้งก่อน
อาจเพราะ  ...เราแค่มากินข้าวเย็นด้วยกัน...เลยรู้สึกสบายๆ  ดี...ชอบความรู้สึกนี้จริงจัง
แต่ไม่ว่าด้วยเหตุผลอะไร
ก็ทำให้ยิ้มได้ที่ได้ยิน ... คำว่าเพื่อนทุกครั้ง
 
เมื่อคืนไปขอรูปมาจากปอง....เอามาลงไว้นะ...ลองไปดู  ( ปองสวยจริงๆ...เพื่อนคนอื่นๆก็สวยกานมากมาย )
 
วันนี้ไม่มีอะไรมาเขียนให้สละสลวย
เป็นแค่การอยากเล่าเรื่อง
 
เพิ่งเขียนว่า..  เรื่องราว...สวยงาม
 
วันนี้ยิ่ง...รู้สึก.... ว่า สวยงาม....
 
เรื่องราวของ " เพื่อน " .... สวยงาม
 
ไว้ปีหน้ากลับมา...ขอให้ได้ไปกินข้าวกันอย่างงี้อีกนะ...
 
8月9日

gossip ที่ไม่ได้ลง

สวัสดี คนอ่าน

นี่คงเป็นการทักทายสำหรับ ... แรกพบ 

จึงขอถือว่า  การสวัสดีครั้งนี้  คือการต้อนรับ สู้คอลัมภ์ ของ คนเขียน ในครั้งเดียวเลยแล้วกัน

 

ก่อนอื่นที่จะได้เขียนต่อไป  คนเขียน..อยากบอกคนอ่านว่า  

จะขอใช้คำว่า  คนอ่าน  และ  คนเขียน  เป็นสรรพนาม    เนื่องจากเป็นความชอบส่วนตัวของคนเขียนเอง

และคนเขียน  ขอขอบคุณในน้ำใจ  ที่คนอ่าน  ได้สละเวลามาอ่านเรื่องราวเหล่านี้  

 หวังว่าคอลัมภ์นี้จะทำหน้าเป็นส่วนหนึ่งของ gossip  smo ได้ดีพอ

 

ชื่อเรื่อง   ช่องว่าง...ระหว่างทาง

 

คิดว่าคนอ่านคงเห็นพ้องกันว่า  ชีวิตนิสิตทันตแพทยศาสตร์.... ไม่ง่ายเลย

ภาระและหน้าที่   บังคับให้หลายต่อหลายคนพูดคำว่า  ไม่มีเวลา   ได้โดยง่าย

นั่นเพราะความจำเป็นมากมายที่เราต้องเลือกทำ  สิ่งหนึ่ง  และละวางสิ่งอื่น ๆ

พูดให้ไม่ต่างกันมาก  ก็จะเรียกว่า  เราต้อง เลือกทำในสิ่งที่เรา ต้องทำ

 

สิ่งที่  ต้อง ทำ  อาจผิดแผกไปจากความเคยชิน

และสิ่งที่ ต้อง ทำนั้น อาจมีส่วนผสมของความพึงพอใจน้อยกว่าสิ่งที่ อยาก ทำอยู่มาก

 

การเรียนที่หนักหนา   กับการไม่มีเวลา ( ส่วนตัว )

เลยกลายเป็นของคู่กันไปอย่างไม่ต้องสงสัย

 

เมื่อคนเขียน  คิดถึงสิ่งที่ต้องทำ  และคำว่า ไม่มีเวลา   แล้ว...

ชวนให้ถึงส่วนหนึ่งของ  เรื่อง....บางทีเราก็เลือกอย่างอื่น

งานเขียนของอาจารย์สุดแดน  วิสุทธิลักษณ์   ในหนังสือ  ไกลดวงตา   ใกล้ใจ

 

... ดูเหมือนเรามักหาคำตอบให้กับตัวเองได้ไม่ค่อยน่าพอใจ ว่าทำไมเราถึงเลือกที่จะทำบางสิ่งแทนที่จะทำอีกสิ่งหนึ่ง ทั้งๆ ที่สิ่งนั้นดูจะมีเหตุผลมากว่าด้วยซ้ำ ผมคิดว่าบางที"การเลือก" ของคนเราก็ไม่ค่อยสมเหตุสมผลเท่าไรนัก หรืออีกนัยหนึงเหตุผลก็เป็นสิ่งที่เปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย

 ข้อสำคัญไม่ได้อยู่ที่การเลือก แต่เป็นความรับผิดชอบที่ตามมาภายหลังการเลือกต่างหาก

 

เมื่ออ่านแล้ว... ชวนให้คิดว่า...

ที่เรา ต้องเลือก  ทำ... นั่นอาจเพราะเราคำนึงถึงสิ่งที่เป็น  ความรับผิดชอบ

และสุดท้าย...ก็ไม่ได้สำคัญไปกว่า  การรับผิดชอบ  ... สิ่งที่เลือกทำ

 

บ่อยครั้งที่คนเราจะเปรียบเทียบชีวิตเป็นเส้นทาง

ตรง  ขนาน  คดเคี้ยว   หรือแม้แต่ทางตัน..... แล้วก็บอกว่า  ชีวิต  คือการเดินทาง

บางที....การเดินทาง  อาจจะไม่ได้สำคัญอยู่แต่เพียง  เส้นทาง

แต่รวมไปถึง  ข้างทาง ด้วย

 

ครั้งหนึ่งเคยอ่านบทความของ นิ้วกลม

เรามีชีวิตอยู่ระหว่างอะไรสักอย่างกับอะไรสักอย่างเสมอ

 ผมได้คำตอบให้ตัวเองว่า ความงามของดอกไม้บนหลังคารถ
มันเกิดขึ้นจากการเชื่อมโยงระหว่างสองสิ่ง ความสัมพันธ์ระหว่างของสองอย่าง
ของธรรมชาติ (ดอกไม้) กับ สิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้น (รถยนต์)
ดอกไม้ที่หล่นลงบนหลังคารถ เหมือนทูตจากต้นไม้ที่มาสัมพันธ์ (และสัมผัส)
กับรถยนต์เหล็กแข็งๆ ช่วย
จุด ให้เหล็กแข็งๆ แผ่นนั้นดูอ่อนละมุนขึ้น

เหมือนต้นไม้ส่งดอกไม้มาทักทายรถยนต์

รถที่จอดอยู่ใต้ไขว่ชู่จึงดูสวยงามตามความรู้สึกของคนที่ได้เห็น
คนที่มีเวลาพอที่จะมองเห็น

ต้นไม้กับรถยนต์ อยู่บนโลกใบเดียวกัน
มนุษย์อยู่ตรงกลาง
พื้นที่ระหว่างนั้นมีความงามให้มอง

อ่านบทความนี้แล้ว....นิ้วกลม...สอนให้เรามอง....ให้สวยงาม

 

เมื่อมาเก็บตะกอนความคิดที่ได้จากการอ่าน

...ช่องว่าง.... ตรงกลาง...ระหว่าง.... นั้น

นิ้วกลมบอกว่า... มนุษย์  อยู่ตรงกลาง  ของสิ่งรอบตัว

 

นั่นทำให้คนเขียนรู้สึกว่า...   มันคงไม่ต่างไปจาก....การเลือกทำ  และ  เลือกไม่ทำมากนัก...

ชีวิต  มนุษย์ ก็ดำเนินอยู่  ระหว่าง  ....การเลือก  และไม่เลือก...เช่นกัน

 

เส้นทางที่ใครต่อหลายคนเรียกว่า   การดำเนินชีวิต

นั่นอาจคือ  รอยต่อ    ของสิ่งต่างๆ  ที่ต้องทำ

กล่าวให้กระชับอีกครั้งว่า

 

......เราอยู่บนรอยต่อของสิ่งที่เลือก ทำ

 

 

ทุกๆ ย่างก้าวประกอบไปด้วยสองด้านของรอยต่อ

การเลือกทำสิ่งหนึ่ง...คือการปล่อยวางจากอีกสิ่งหนึ่ง

หรือแม้แต่การเลือกไม่ทำสิ่งหนึ่ง...ก็คือการหันหน้าเข้าสู่สิ่งอื่น....เพื่อเมินเฉยต่อสิ่งนั้น

 

เราเลือกหนึ่งด้านของรอยต่อ....    เพื่อกำหนดทิศทางให้เส้นทางของเส้นคั่นบนรอยต่อนั้นดำเนินไปเสมอ

 

ไม่ว่าจะอยู่ระหว่างสิ่งใด.... รอยต่อนั้นก็ทอดตัว.....สำหรับหนึ่งชิวิตมนุษย์

คงเพราะเช่นนี้.....จึงมีคำว่า  วิถีชีวิต

 

เมื่อหันกลับไปมองให้ถี่ถ้วนอีกครั้ง

 

ข้อสำคัญไม่ได้อยู่ที่การเลือก แต่เป็นความรับผิดชอบที่ตามมาภายหลังการเลือกต่างหาก

 

นั่นคงเข้าใจได้ว่า

 

ชีวิต...คือวิถีของความรับผิดชอบ 

เริ่ม... รัก

เริ่ม...  รัก

 

The  story  by   moonwrite

น่ารักมั๊ยค่า............

ผมมองหน้าเจ้าของเสียงคุ้นหูที่ยืนโบกไม้โบกมือเต้นตามจังหวะเพลงเชียร์   คนเกือบครึ่งชั้นปีกำลังนั่งร้องเพลงอยู่ที่บันไดทางขึ้นห้องสมุด

+++++++++++++++++++++++++++

 

ถ้วยฟู...  เอ่อ...   รายงานแลปเราทำเสร็จแล้วนะ   ผมรีบวิ่งมาบอกเธอก่อนที่เธอจะต้องกลับไปซ้อมเต้นต่อ

เฮ้ย  จริงอ่า สายตาประหลาดใจจับจ้องมาที่ผม ได้ไงๆ   เธอเดินตรงมาที่ผมในทันที

ทำเสร็จแล้วจริง ๆ  เพิ่งทำเมื่อคืน  แล้วจะเอามาให้ลอกนะ   ผมรู้สึกตื่นเต้นแบบแปลก ๆ  ที่ต้องมายืนคุยกับขนมถ้วยฟูแบบนี้

เราไม่ได้ช่วยอะไรเลยอ่ะ   รู้สึกผิด 

ไม่เป็นไร   เห็นว่าเมื่อคืนก็ต้องอยู่ซ้อมจนดึกไม่ใช่หรอ

อื้ม    ขอบคุณมากๆนะ   ขอบคุณมากเลย รอยยิ้มปรากฏบนใบหน้าเมื่อเธอพูดขึ้น

วันนี้เต้นกันน่ารักดีอ่ะ   ฮาดี  เพลงจุฬาน่ารัก ที่จริงผมก็รู้สึกอยากจะคุยกับขนมถ้วยฟูมากกว่านี้   แต่รอยยิ้มแบบนั้นทำให้ผมคิดไม่ออกว่าผมควรจะชวนเธอคุยอะไร

จริงอ่า   ..  ดีใจจัง   ...เออ  เราไปก่อนนะ    เธอรีบวิ่งตามกลุ่มหลีดไปก่อนที่จะหันกลับมายิ้มอีกครั้ง   ขอบคุณมากนะดินสอ

 

ขนมถ้วยฟูเป็น partner lab ของผม  ทำให้เราต้องทำแลปด้วยกันในวิชาเคมี    ที่จริงแล้วผมไม่สนิทกับขนมถ้วยฟูเลย   จะคุยกันก็ตอนทำแลปเท่านั้น   นี่อาจจะเป็นครั้งแรกด้วยซ้ำที่ผมได้คุยกับเธอข้างนอกห้องแลปก็เป็นได้    ใคร ๆ บอกก็บอกว่าถ้วยฟูน่ารัก   ร่าเริง  คุยสนุก  แต่ที่ผมว่าน่ารักกว่า      อาจจะเป็นรอยยิ้มที่ไม่เคยห่างหายไปจากใบหน้าของขนมถ้วยฟูต่างหาก

+++++++++++++++++++++++++++

 

แบ่งกันทำดีกว่าป่ะดินสอ  ได้เสร็จเร็วๆ   ถ้วยฟูถามผมหลังจากที่ฟังอาจารย์brief lab เสร็จ

อื้ม ผมตอบพร้อมกับแอบสังเกตความผิดปกติของเธอ   วันนี้ผมไม่เห็นรอยยิ้มของถ้วยฟู

 

เวลาผ่านไปแล้วครึ่งชั่วโมง 

วันนี้ทำไมรีบจังอ่ะ   ผมถามเธอเพราะท่าทางรีบร้อนของเธอ

อ่อ  มีธุระอ่ะ   

อื้ม   ผมตั้งใจว่าวันนี้จะพยายามชวนเธอคุยให้มากขึ้นกว่าเดิม  แต่วันนี้ดูท่าว่าเธอคงไม่ค่อยอยากคุยกับผมซักเท่าไร  และก็เป็นอย่างนั้นจริง 

 

ดินสอวันนี้เรากลับก่อนนะ  แล้วเดี๋ยวคราวนี้เราเอากลับไปทำเอง  แล้วจะเอามาให้ดูละกัน

ไม่เป็นไร  ผมยังพูดไม่จบ  ขนมถ้วยฟูก็รีบร้อนออกไปจนเพื่อนที่นั่งฝั่งตรงข้ามของโต๊ะแลปก็สงสัย

ถ้วยฟูรีบไปไหนอ่ะเนี่ย  หน้าเหมือนมีเรื่องไม่สบายใจ     เพื่อนคนหนึ่งพูดขึ้น

เราจะไปรู้หรอแก  ไว้เจอก็ลองถามมันดูดิ  ... เฮ้ย  ดินสอ  partner lab ประสาอะไรอ่ะ  ไม่รู้เรื่อง แล้วเพื่อนคนที่สองก็พูดตาม

เออ..    ผมรู้ว่าเพื่อนทั้งสองคนพูดเล่น  แต่ที่ผมไม่ได้ตอบอะไร เพราะผมไม่รู้อะไรจริงๆ

 

            ผมกำลังจะกลับบ้านแล้ว  อยู่ๆ ก็ได้ยินเสียงสั่นของโทรศัพท์มือถือ   แล้วก็มาเจอว่ากระเป๋าของผมทับมันอยู่  หน้าจอปรากฏเบอร์ miss call 1 สาย   ...   ผมคิดว่ามันต้องเป็นโทรศัพท์ของถ้วยฟูแน่ๆ     คิดได้ไม่นานโทรศัพท์ก็สั่นอีกครั้ง  บางทีอาจจะเป็นถ้วยฟูที่กำลังตามหาโทรศัพท์ของตัวเอง

+++++++++++++++++++++++++++

 

            ขนมถ้วยฟูผมพูดด้วยเสียงที่เบาที่สุดเท่าที่ผมจะทำได้   แต่นั่นทำให้เธอไม่ได้ยิน   ผมต้องเปลี่ยนตำแหน่งไปยืนเพื่อให้เธอมองเห็นผมแทน  และเธอก็ไม่ได้เงยหน้าขึ้นมาจากตำราเล่มใหญ่ตรงหน้า

            ขนมถ้วยฟู ผมเรียกเธออีกครั้งด้วยเสียงที่ดังกว่าเมื่อครู่

            ขอบคุณมาก ๆ รอยยิ้มน้อย ๆ กลับมาอีกครั้ง  ทว่าแววตายังเต็มไปด้วยความกังวล

            ไม่เป็นไร   เออ  ทำอะไรหรอ  ท่าทางเครียด   ผมพยายามพูดแบบเบาๆ อีกครั้ง

            นั่งก่อนสิ    เธอจับที่เก้าอี้ตัวข้างๆ   และแน่นอนว่าผมจะต้องรับนั่งลง  เพราะไม่อย่างนั้นจะเป็นการทำตัวเป็นจุดสนใจมากเกินไปสำหรับห้องสมุดแบบหอกลางแบบนี้

            มาทำรายงานให้น้องอ่ะ     น้องต้องไปเรียนพิเศษ   แล้วอาจารย์สั่งรายงานเล่มใหญ่เลย เธอก็คงก้มหน้าก้มตากับหนังสือตรงหน้า

            เป็นพี่ที่ดีมากเลย   ....เออ ที่จริงหาในเน็ตก็ได้หนิ  อาจหาได้ง่ายกว่าด้วย ผมเสนอความคิดเห็น  เผื่อว่ามันจะคลายรอยโบว์ที่ผูกอยู่กลางหน้าผากของเธอได้

            อื้ม  น้องเราจะเอนท์อ่ะ  ช่วงนี้เรียนพิเศษเยอะมากแทบไม่มีเวลาว่างเลย เธอเงยหน้าขึ้นมายิ้มแบบเคย     เน็ตลองหาแล้วอ่ะ  มันไม่ค่อยมี  เลยมาดูที่นี่ดีกว่า

            แล้วทำคนเดียวหรอ

            อ๋อ...  อืมช่าย  รายงานเดี่ยวอ่ะ  ถ้าเป็นรายงานกลุ่มคงไปทำกับเพื่อนน้อง รอยยิ้มแบบเดิมค่อยๆ กลับมา

            งั้นเราช่วยมั้ย  ทำเรื่องอะไร

            ไม่เป็นไร  ...  เราเกรงใจ     เราทำเองดีกว่า  ขอบคุณมาก   แค่เอามือถือมาให้ก็ขอบคุณมากแล้ว

            ไม่เป็นไร  ว่างอยู่จริงๆ ผมแค่รู้สึกอยากช่วยเธอโดยไม่มีเหตุผล 

            จริงหรอ .....   

            ผมไม่ได้ตอบว่าอะไร  เพียงแต่คิดว่าอยากจะยิ้มแบบที่ถ้วยฟูยิ้มเป็นคำตอบบ้าง

 

 

            17.15 น.  ผมกับถ้วยฟูยังคงนั่งกันอยู่ที่เดิม  ... ที่ๆ ผมนั่งอยู่เมื่อหนึ่งชั่วโมงที่แล้ว   ถ้วยฟูก็ยังคงก้มหน้าเปิดหนังสือต่อไป...    ส่วนผมก็ทำเช่นนั้นเช่นกัน  เพียงแต่พลิกหน้ากระดาษที่ช้ากว่านิดหน่อย  ไม่ใช่เพราะจะอ่านเนื้อหาให้ละเอียดขึ้น   แต่เพื่อมองรอยยิ้มจางๆ บนใบหน้าของผู้หญิงตรงหน้าให้ชัดขึ้น   

 

            ผมเคยได้ยินมาว่า  ...  เวลาที่เราได้ทำอะไรดี ๆเพื่อคนอื่น  คนที่จะรู้สึกดีที่สุดคือตัวของเราเอง    ....  บางทีมันอาจจะจริงมากสำหรับกรณีนี้

           

จุดเริ่มต้นของการทำดีเพื่อคนอื่น

อาจจะหมายถึงจุดเริ่มต้นของความรู้สึกดี ๆ

และจุดเริ่มต้นของความดี   อาจจะรวมไปถึง  จุด เริ่ม  ของ... รัก.....  เช่นกัน 

8月8日

ไร้สาระ

บลอคในวันนี้...จะเป็นเรื่องไร้สาระ
แต่ละสิ่งที่พิมลงไป...ขาดสติ ในการกลั่นกรอง...  ขอคนอ่านอย่าได้ใส่ใจต่อมันมากนัก...
และบลอคคราวนี้จะไม่อาจเข้าใจได้เหมือนอย่างเคย...  ดังนั้น....เราขออภัย
 
วันนี้...ที่ถูกคือ ตอนนี้ เวลานี้
เรารู้สึก... เย็นชา...ได้จับใจจริงๆ
 
เป็นความผิดหวังที่เพิ่มพูน  ...  ระคนกับความ  เอ็นดู...  ที่อ่อนด้อยลงทุกที
 
เมื่อตอนนี้... คนดีที่เคยเอ็นดู...เป็นเพียงแต่  คน... ในความนึกคิด
 
ตกใจกับการปฏิบัติตัว...  นั่นอาจเพราะเราไม่รู้จัก คน..คนนั้นอย่างแท้จริง... มองอย่างผาดเผิน...จึงคิดว่า ดี
 
 
 
ไม่นานจากความตกใจ...ค่อยๆ  กลายร่างเป็นความเสียใจ
ไม่ใช่เพราะ...เค้า...คือบุคคลสำคัญ ของเรา...  มัน " ไร้สาระ "
ความเสียใจที่เกิด...  เกิดมากจาก
 
การสูญเสีย...ความดี....ที่เคยได้ทำ...
ความดี  ดูเหมือนจะไร้ประโยชน์....เมื่อตกอยู่แก่ผู้ที่ไร้...ความศรัทธา..
 
เสียดาย...  กับความดี...ที่ไร้ค่าเหล่านั้น
 
และที่เสีย...มากที่สุด...เพราะความดีเหล่านั้น...ได้มาจากการเบียดเบียนบุคคลอันเป็นที่รักที่สุดของเรา
 
ก่อนนี้  ... เคยคิดว่า  การสูญเสียบางสิ่งบางอย่าง...ที่มันอยู่นอกกาย...เพื่อความสุขสบายใจของคนไม่กี่คน...มันคุ้มค่า
วันนี้กลับต้องมาทบทวนใหม่ว่า... การสูญเสียนั้น...ยิ่งสิ้นไร้คุณค่า...  เกินกว่าจะรับไหว
รู้สึกผิด...ต่อทั้งตัวเอง....และบุคคลอันเป็นที่รัก
 
ได้แต่มองความผิดพลาดนี้....ด้วยความระอาใจ....
เราไม่ได้โตไปกว่าก่อนเท่าไรเลย...
 
อายุสิบเก้านี้...ได้ของราคาแพงโข จริงๆ
 
บางที... เราคงไม่เหมาะ...ที่จะเป็นพี่ใคร...
 
และ ในวันนี้...ไม่ต้องการ... เป้น พี่.. ใคร
 
เคยพูดเพื่อ...สอนน้องหลายครั้ง...ว่า  เราอายุห่างกันเพียงหนึ่งปี...นั่นไม่ได้หมายควาว่าคุณวุฒิเราจะแตกต่าง
เลือกทำในสิ่งที่เหมาะสม..และถุกควรที่สุดในความคิดของน้อง...
และหากพี่ล่วงเกิน...ก็ขอให้อภัย
 
....คำพูดเหล่านี้....เดิมทีเต็มไปด้วยความเอ้นดู
หากในวันนี้..... ความเอ็นดู สูญสิ้น...
เรายังคงอภัยแก่พวก "ท่าน"...ได้...ด้วยความเป็น  "คน"
 
แต่ขอละคำว่า... พี่ - น้อง  ไว้
เพราะสิ่งเหล่านี้...ในเวลานี้....
 
 
 
ไร้สาระ
 
 
 
เกินไป.... สำหรับ  ความรู้สึกเรา
 
ปล.  ถ้าน้องๆ  อ่านก็อย่าตกใจไป....  มันคงไม่เลวร้ายอย่างที่น้องคิด
8月5日

อีกหนึ่ง..ภาษารัก

แอบไปอ่านงานเขียนของนิ้วกลม....
รู้สึกว่า....ชุ่มชื่นใจ  เลยขอมาเอาลงในนี้ให้ได้อ่านกัน
( ที่จริงอยากเขียนเรื่องนี้ลง gossip smo แต่ว่า....  เอาลงในนี้ดีกว่า มันส่วนตัวกว่า )

ฟัน

July 28th, 2007

จ้วน เป็นเด็กชาย
โตขึ้นจนเป็นผู้ชาย
ตอนเป็นเด็กชาย จ้วนเล่นโบราณเรียกชื่อกับเพื่อน
แล้วหกล้ม หัวคะมำ ปากฟาดเข้ากับกระถางต้นไม้
ฟันซี่หน้าสองซี่หายไปตั้งแต่วันนั้น
จ้วนแอบหวังว่ามันจะขึ้นมาใหม่
ถึงทุกวันนี้จ้วนก็ยังรอคอยมันด้วยความหวัง

เวลาจ้วนยิ้ม ลมจะพัดผ่านเข้าไปพอให้ลิ้นไก่เย็นสบาย
ระบบระบายอากาศในช่องปากจ้วนเรียกได้ว่าดีมาก
จ้วนไม่เคยต้องพึ่งพาครอเร็ท, ลิสเตอรีน
หรือสินค้าใดๆ ที่จะช่วยให้ปากหอม

ชีวิตด้านอื่นราบรื่นดี เสียก็แต่
เวลามีหญิงสาวมาสนใจจ้วน
แล้วเห็นรูระบายอากาศภายในช่องปากจ้วน
หญิงสาวจะพากันหัวเราะคิกคัก
แล้วเดินจากไป

ต่าย ไม่ใช่ชื่อจริงของเธอ
เราไม่รู้เหมือนกันว่าเธอชื่ออะไร
มารู้จักก็ตอนที่เธอชื่อต่ายไปเสียแล้ว

ต่ายได้ชื่อนี้มาจากฟันคู่หน้า
ที่ยื่นออกมาเหมือนกระต่าย
ไม่แปลกที่เธอจะมีความสามารถด้านการแกะเม็ดกวยจี๊
รวมไปถึงการแกะถั่วลิสง เฉาะแตงกว่า ไล่ไปขนาด
ปอกมะม่วงตอนที่ไปเข้าค่ายกันแล้วไม่มีคนเอามีดไป
ต่ายก็เคยใช้ฟันคู่หน้าทำมาแล้ว

เพื่อนเคยยื่นทุเรียนให้ “ปอกให้หน่อย”
ต่ายโยนทุเรียนใส่หน้าเพื่อน ตามด้วยกระโดดตัวลอย
พุ่งลงมาเอาฟันเฉาะกบาลเพื่อน ตอนนี้เพื่อนคนนั้นมีรูเต็มหน้า
และมีหนึ่งรูใหญ่ เหมือนโดนกระต่ายกัดกบาลอยู่กลางหัว

มีดีก็มีแย่ ในแง่ความรัก
ฟันของต่ายไร้ประโยชน์ และออกจะเป็นอุปสรรค
ในจังหวะที่ต้องจูบกับใครสักคน ฟันคู่หน้ายาวใหญ่
ไม่ต่างอะไรจากรั้วหรือกำแพงที่มากั้นขวางการจูบ

ต่ายต้องเลิกกับแฟนหนุ่มหลายราย
เพราะเขาให้เหตุผลว่า ไม่สามารถจูบเธอได้

รายล่าสุด เธอเศร้า ไม่ยอมออกไปไหน
อยู่บ้านนั่งเอาฟันหั่นหมูว่าจะกินคู่กับมาม่า

เธอพรรณา มาม่าที่ไม่มีหมูสับก็ไม่อร่อย
หมูสับที่ไม่มีมาม่าก็ไม่ค่อยอิ่ม

เปิดตู้ อ้าว! มาม่าหมด
หยิบกุญแจ กระเป๋าตังค์ เดินลงมาข้างล่าง
มุ่งตรงไปยัง ฟู้ดแลนด์ ใกล้คอนโดฯ

ก่อนเข้าร้าน เธอเห็นเงาใบหน้าสะสวยของตัวเอง
สะท้อนลางๆ ในกระจกใส เธอยิ้มออกมา
เห็นฟันคู่หน้าที่ยาวและใหญ่ น้ำตาเริ่มไหลลงมาตามความโค้งของแก้ม

ฝั่งตรงข้ามกระจกใส ชายคนหนึ่งกำลังเดินออกมา
จ้วนนั่นเอง เขาส่งยิ้มให้ต่ายโดยไม่รู้ตัว
เงาของเขากับใบหน้าของต่ายทาบกันสนิท
เหมือนที่ เงาของต่ายกับใบหน้าของเขาทาบกันสนิท

ฟันหน้าของต่าย เติมเต็ม ฟันหน้าหลอๆ ของเขา
ช่องว่างสองช่องฟันของจ้วนก็พอดิบพอดีกับสองซี่ของต่าย

ต่ายเช็ดน้ำตาข้างแก้ม แล้วเหลือบตาขึ้นมองจ้วน
ก่อนที่จะก้มหลบด้วยความเขินอาย

จ้วนมาซื้อหมูสับ

 

ขอชื่นชมกับความคิดของนิ้มกลม....ที่ทำให้  "อมยิ้ม"

และขอบคุณภาษาเรียบง่าย...ให้ชุ่มชื่นใจ

เอาหละ  .... เราขอเขียนในส่วนของเราบ้าง..... ครั้งนี้คงยาวมาก  อ่านไม่ไหวก็ขออภัยนะจ๊ะ

 

ช่วงหยุดเสาร์อาทิตย์นี้....เรากังวลกับงาน gossip smo เหลือเกิน

ส่วนนึงมาจากความหวังที่ตั้งใจว่าจะทำหน้าที่นี้อย่างดี..ที่สุด  เพราะมันคือสิ่งที่เราพูดว่า "รัก" ได้โดยไม่มีเงื่อนไข

เสียแต่ว่า....เรากลับไม่มีแรงบันดาลใจจะเขียนเอาซะเลย

ยังเป็นความโชคดีของโลกไซเบอร์ที่ทำให้ยังพอหาโน่นหานี่อ่านได้โดยไม่ต้องควักกระเป๋าซื้อ

เลยได้เห็นความหวานชื่นของชีวิต...กันอีกครั้ง

ตอนนี้อ่านงานของนิ้วกลม ไปหลายชิ้น

ส่วนใหญ่เป็นงาน...ที่เล่าถึงคนเพียงแต่สองคน

( เออ เราไม่ได้อินเลิฟนะ..  อย่าเข้าใจผิด....แค่รู้สึกชื่นใจกับเรื่องราวที่ได้รับรู้มา...ก็เท่านั้นเอง )

งึมๆ  ... นั่นทำให้เราต้องทบทวนภาษารัก ... ที่เราเคยเข้าใจใหม่

นั่นไม่ใช่เพราะความหมายมันแตกต่างไปจากเดิม....

เพียงแต่เป้นอีกความรู้สึกหนึ่ง ที่สัมผัสได้ของนิยามรัก... ชัดเจนขึ้น...ในคำว่า  "แบ่งปัน"

ก่อนนี้ เหมือนจะห่างหายจากเรื่องเหล่านี้ไปนาน ..จนมุ่งเน้นแต่ความพอดี...ที่เป็นเรื่องยากยิ่ง

ความยาก....กับการรักษารัก

เพียงแต่หันกลับไปทบทวนจุดเริ่มต้น....เพียงแต่  " เริ่มรัก"

ก็จะชัดเจนขึ้นกับคำว่า....แบ่งปัน

ขอบคุณคุณนิ้วกลมอีกครั้ง....ที่ช่าวยเตือนสติ...ให้ไม่หลงลืมความงดงามเหล่านี้

เคยเขียนนิยายในตอนแรก...กับ  การ  เริ่มรัก...

แต่เพิ่งมาซาบซึ้ง....ในวันนี้เอง

 

แค่ซื้อขนมมาแบ่งเพื่อน...กินด้วยกัน

เพื่อนตักเข้าปากหนึ่งคำ...แล้วพูดว่า...อื้ม  อร่อยดี
....แค่นี้..หนึ่งคนให้รู้สึก..สุขใจ

เทียบเคียง...กับความรู้สึกคนให้....ที่จะได้รับสิ่งหนึ่งตอบกลับมาในทันที

คิดแล้วจั๊กกะจี้หัวใจจริงๆ

อยากให้อ่านตรงนี้อีกที.....

กระป๋อง

July 28th, 2007

น้วม เป็นเด็กชายไม่ไว้เล็บ
เขาชอบกัดเล็บจนกุด
เล็บของเขาไม่เคยยาว
ปลายนิ้วออกจะนุ่มเพราะเนื้อ
มากกว่าที่จะแข็งเพราะเล็บ

ผ่มผ้ม เป็นเด็กหญิง
เพื่อนๆ เรียกเธอว่า นังโอเพนเนอร์
“แม่นักเปิด” ทำนองนั้น

กระป๋อง, โค้กขวดใหญ่, ฝาตลับลูกอมแน่นๆ
ผ่มผ้มเห็นเป็นไม่ได้ ตะเกียกตะกายอยากเปิด
ยื้อยุดฉุดกระชากจากมือเพื่อนมา ขอฉันเปิดเถิด

พ่อของผ่มผ้มเคยสงสัยแม่
ว่าไปมีอะไรกับคนเปิดประตูโรงแรมตอนไปฮันนีมูนกันหรือเปล่า?
แต่นั่นก็เป็นแค่ข้อสงสัย สงสัยว่าผ่มผ้มไปได้นิสัยขี้เปิดมาจากไหน

วันนั้น น้วมซื้อโค้กมาหนึ่งกระป๋อง
เขาก้มลงเก็บกิ่งไม้ข้างทาง
เอามาง้างที่เปิดกระป๋องโลหะเล็กๆ บนฝากระป๋อง
ไม้หัก!

ผ่มผ้มได้ยินเสียง เธอหันมาหาน้วม
ดึงกระป๋องโค้กไป เปิดให้ แล้วส่งคืน
น้วมยื่นโค้กให้ผ่มผ้ม “ให้อึกนึง”
ผ่มผ้มรับไปดื่ม สองอึก

“ฉันชื่อผ่มผ้ม”
“ฉันชื่อน้วม”

 

 

...เหอะๆ  อ่านแล้วรู้สึกเขิลลลลล จางงงงงงงงงง

 

ปล.  ยังรู้สึกว่า...."รัก"   เป็นเรื่องยาก......

แต่ความรู้สึก...."เริ่มรัก"....อาจไม่ยากเลย

8月2日

คิดถึง...วันที่ไม่มี

 วันนี้ที่เพิ่งสอบ gross เสร็จ ...รู้สึก  สลดใจ...
ไม่ขอกล่าวถึงละกัน
 
 
มาเล่าเรื่อง..ตามประสา.." เรา " จะดีกว่า    คงจะยังมีคนบ้างคนติดตามอ่านอยู่เน๊าะ
 
เมื่อกี้เพิ่งได้เปิดเช็คเมล..เมลนึง...ที่สมัครไว้  ด้วยวัตถุประสงค์นึง
คงเหมือนกัน  ...สัญลักษณ์  อะไรบางอย่าง  ที่มีไว้เพื่อการ  " ระลึกถึง "
 
เหมือน  ...  " รูปถ่าย "
เหมือน...   " สมุดบันทึก "
...
 
.....  เหมือนอะไรต่อมีอะไร  ... เหมือนเพลง..  เพราะ  ที่ฟังอีกครั้ง...ก็ยังคงเพราะ  แม้ด้วยอารมณ์  และความนึกคิดที่แตกต่างไป
 
 
บ่อยครั้งกับคำพูด ... ที่ปลอบใจ  เพื่อให้เรา มองไปข้างหน้า ....เพื่อการเริ่มต้นใหม่
...เพื่อ  " กำลังใจ  "
 
ส่วนสิ่งที่ทิ้งไว้เบื้องหลัง...เราถูกสั่งสอนว่า...  จงเก็บมันเป็นประสบการณ์
นั่นคือความคิด.. ตามประสาคนมองโลกแง่ดี
 
 
เพลงเก่า...รูปเก่า... คนเก่า
เงียบเหงา... จืดจาง...ห่างหาย
เลยแล้ว...ลับล่วง...กระจัดกระจาย
 
... สุดท้าย...เหลือแต่... " ไม่มี "
 
 
7月19日

คนดี

คนดี.... หาไม่ยาก
 
คนดี...ที่ดีพอ...ก็ใช่ว่าจะหายาก
 
....
 
 
คนดี...ที่  "พอดี"  นี่สิ..... หายากยิ่งกว่าใคร
7月1日

รัก... ไม่ง่ายเลย

รัก...  ไม่ง่ายเลย

 

ได้กลับมาอัพกันตอนจะสอบอีกแล้ว...  เห็นว่าเป็นช่วงความคิดที่น่าบันทึกไว้ตอนนึง

ก็ขอเก็บไว้ก่อนละกัน

 

เคยอ่านสเปซของรุ่นพี่ซักหนึ่งคน

เค้าเล่าว่า 

ปีนี้เป็นวาเลนไทน์  ที่อายุสิบเก้าพอดี   มันก็น่าจะมีอะไรพิเศษบ้าง

 

อ่านแล้วแอบงงว่า.... อายุสิบเก้ามันพิเศษยังไง

แล้วมีความรักในช่วงอายุนี้....มันต่างจากการมีความรักในช่วงวัยอื่นแบบไหน

หรืออย่างไง ????

 

ย้อนกลับไปนึกถึงซีรี่ส์เกาหลีเรื่อง....  เจ้าหญิงวุ่นวาย  กับเจ้าชายเย็นชา

อื้ม...แค่จะบอกว่า   พระเอกนางเอก.... ก็ได้เริ่มรักกันในอายุสิบเก้าปีนี่เอง

 

สิบแปดปี.... คิดว่าเราโตแล้ว..พ้นแล้วสำหรับวัยรุ่น...

ยี่สิบปี...   คนญี่ปุ่นเค้าจะต้องกลับไปขอคุณคนเฒ่าคนแก่ที่บ้าน  เพื่อขอบคุณที่อบรมเลี้ยงดู....ในฐานะที่จะได้เป็นผู้ใหญ่เต็มตัว

 

แล้วอายุสิบเก้าปีนี้มัน....สำคัญยังไง..???
รอยต่อระหว่างกลาง ...ของวัยรุ่น  กับวัยหนุ่มสาวอย่างนั้นหรอ

 

ที่ถามขึ้นมาก็เพราะปีนี้.... เราเอง ( รวมทั้งเพื่อนหลายคน )   ก็อายุ   สิบเก้า....พอดี

 

เราพยายามจะควานหาความสำคัญ...หรือความพิเศษที่พี่คนนั่นพูดถึง

แต่ก็ขอหยุดพักเหนื่อยอยู่แค่นี้

เล่าแต่เรื่องของเราเองแล้วกัน

 

ตั้งชื่อว่า   รัก..ไม่ง่ายเลย

ก็คงพอเดาเนื้อหาในตอนต่อไปได้ส่วนนึงกันแล้ว....จริงมะ

 

สำหรับเรื่องความรัก...สามารถย้อนความเดิมกันได้ในสเปซก่อนหน้านี้นะ

 

สำรวจแต่ตัวเอง....  วันนี้  รัก... ไม่ง่ายเลย  จริงๆ

การรู้สึกดีกับใคร....ไม่ใช่เรื่องยาก

การรู้สึกปลื้มแล้วลุกลามไปจนถึงกระทั้ง...แอบชอบใคร.... ก็ไม่ค่อยจะใช่เรื่องที่จริงจังอะไรมากนัก

ที่ว่าไม่จริงจัง...  ไ ม่ใช่เพราะไร้สาระ   แต่สาระอยู่ที่เราสามารถเก็บรักษาความรู้สึกชื่นชมเหล่านี้ไว้แต่เพียงคนเดียว...เรียกได้ว่าเปนความรู้สึกดี ๆ  ส่วนบุคคล

แล้ววันนี้....เรื่องเหล่านี้....กลับกลายเป็นเรื่องยากขึ้นมาอีกหนึ่งระดับ

คล้ายกับเวลาและตัวเลขที่บอกอายุจะสร้างความยากลำบากให้กับมัน

อย่างที่บางคนบอกว่า... พอโตแล้ว....จะต้องคิดอะไรเยอะแยะ

เราก็เห็นว่ามันจริงมากอยู่ทีเดียว

 

รู้สึกกับตัวเอง.....  เมื่อวานนี้มองคนบางคนพิเศษขึ้น...

ด้วยเหตุการณ์และเหตุผลของวันนี้....  เค้าก็ไม่ได้ต่างไปจนคนอื่นทั่วไป

 

คิดด้วยความรู้สึกส่วนตัวว่า.... อาการเริ่มชอบ...มาจากความรู้สึกที่ พิเศษ  เนี่ยแหละ

ถ้าวันนี้...ความพิเศษ  ไม่ได้ต่างจากความธรรมดา....  ความรู้สึกดีๆ  ก็อาจจะไม่ได้ต่างจากคำว่า ยินดี

 

 

ที่เขียนมาทั้งหมดนี้   ต้องการสรุปแต่สั้นๆว่า...

เรารู้สึกได้อย่างชัดเจนว่า....  เราใช้สมอง รัก   มากขึ้นแล้ว

ไม่รู้ว่ามันเป็นวิวัฒนาการของการปกป้องตัวเองอย่างหนึ่งหรือไม่

.... ถ้าเป็นหนึ่งถึงสองปีที่แล้ว....  ไม่น่าจะคิดแบบนี้ ...คงเพ้อฝันไปไกลกว่านี้

 

แต่เมื่อวันนี้   ก็ยังคือ วันนี้  

.... เมื่อวาน    ....สอนบทเรียนชีวิต

เวลา  ไม่เคยเหมือนเดิม    และตัวเรา...ก็ไม่เคยเหมือนเดิม

 

รัก...จึงกลายเป็นเรื่องยากสำหรับเราไปแล้ว

 

เหมือนกับจะคิดได้ว่า....จะ รัก ...จะต้อง คิด  

และถ้าได้หลง รัก  ชีวิตคงจะเต็มไปด้วย ความคิด ยิ่งกว่าเดิม 

 

น่ารักดี....เหตุผลนี้ไม่เพียงพอ

นิสัยดี....  แต่คนดีคนนี้...อาจไม่ดีสำหรับเรา

 

สองความคิดง่ายๆ....ก็พอจะทำให้เราเก็บรักษาความน่า รัก นั้นไว้กับความรู้สึก ชื่นชมและเอ็นดู

 

ประสบการณ์....ทำให้   รัก ...ยากขึ้นหรือเปล่านี้

 

รัก  ไม่เท่ากับ  ความพึงพอใจ

รัก  ไม่เท่ากับ  ความรู้สึกดีที่มีให้

 

แต่  รัก.... ก็ยังคงสำคัญเพื่อการ   ดูแลรักษา  รัก ไว้เช่นเดิม

และนั่น...ทำให้....วันนี้   รัก....ไม่ง่ายจริงๆ

 

 

สำหรับคนอ่าน....ที่อาจจะกำลังมีรัก...หรืออาจจะเพิ่งเริ่มรัก

 

 

เพราะในวันต่อๆ ไป  รัก  อาจ  ไม่ใช่เรื่องง่าย..... 

เมื่อวันนี้มี รัก  ได้.....ก็จงดูแลมันให้งดงาม

 

 และเมื่อได้มีความรู้สึกของ  รัก   นี้

 

ก็ไม่สำคัญว่ารักจะเป็นอย่างไร ....

เพียงแต่วันนี้สัมผัสถึงความงดงามของความรักได้

นั่นก็คือ   เหตุผลที่ดีที่สุด    ที่จะใช้สมองและหัวใจ  คิด   เพื่อ   รัก  แล้ว

 

 

ปล.   บลอคครั้งนี้เป็นการตอบคำถามก่อนหน้าสำหรับการเปลี่ยนสีบลอค  และสำหรับการเปิดคอลัมน์ของเรา

 

  สุดท้ายนี้  ของให้ทุกคนโชคดีกับการสอบและความรักจ้า

 

 

มิ้งค์

6月30日

ขอบคุณน้องอุ

เปนการอัพเฉพาะกิจจริงๆเลย
ตอนนี้อ่านหนังสืออยู่หอกลาง
เปิดคอมเพื่อดู gross  แล้วก็เกืดเบื่อ
มาเล่น เอ้ม
แล้วก้ปรากฏว่าไปเจอ  รูปของเราในสเปซน้องอุเข้า
ไม่คิดว่าน้องเค้าจะกล้าเอาลงจริงๆ... ให้ตายเถอะ
 
แค่เราบอกเค้าว่า...ไม่เหนเค้าถ่ายรุปเราเลย
จากนั้นน้องก้เริ่มปฏิบัติการแอบถ่าย
โถ่...บอกแล้วไงน้องว่าอย่า....มันเลยออกมาทุเรดอย่างที่เหนอ่า
บอกดีๆ  เราก็ให้ถ่ายนะ   แบบ บ้ากล้องขนาดนี้
ก้เอามาลงให้ดูขำๆละกาน
 
ยังไงก็ขอขอบคุณในน้ำใจงามๆ ของน้องนะจ๊ะ...แต่วันหลังถ้าจะถ่ายช่วยบอกก่อนนะ 
พี่เหนรูปแล้วละอายใจ....
 
ตอนนี้เข้าสู่ช่วงฤดูกาลการสอบแล้ว
....รู้สึกอยากตายที่สุดเลย
แต่ก็จะพยายามสู้ชีวิตนะคะ
 
เพื่อนๆ น้องก็เหมือนกานนะ  โชคเอกับกานสอบ
แถมเรื่องความรักด้วย...ขอให้โชคดีทุกคน  อย่าได้อับเฉาเช่นเรา ๕๕๕
 
 
แล้วเจอกานจ้า
6月20日

คิดถึงกันบ้างป่าว

สวัสดีเพื่อนๆ ที่อ่านทุกคนนะ
ถ้ายังมีคนแวะเวียนมาอ่านอยู่  ...ก็ขอขอบคุณมาก
ตอนนี้เรายุ่งมากมายอ่าและคงไม่ได้มาอัพอีกนาน
อยากจะบอกว่า คิดถึงทุกคนนะ
ทั้งเพื่อน  ทั้งพี่  ทั้งน้อง  ที่อ่านกัน
วันนี้ได้โอกาสเปลี่ยนสีสเปซใหม่
แต่เนื่องด้วยโอกาสอะไรนั้น .... ไว้ว่างเมื่อไรจะมาเล่าให้ฟังละกาน
 
 
ว่าแต่ตอนนี้เหนื่อยมาก
เหนื่อยกาย และเหนื่อยใจ
 
และความเหนื่อยเหล่านั้น...  ทำให้เรารู้ว่า  เราใช้อะไรไปแลกมันมา
 
 
เออๆๆ  ไว้มาเล่าวันหลังดีกว่า  ตอนนี้ทำงานกลุ่มอยู่  เด่วเพื่อนจะว่าเอา
 
 
หวังว่าเราจะได้มาอัพอีกเร็วๆนี้นะ
 
 
เราเขียนบทความและเรื่องสั้นลง gossip  smo 2 คอลัม
ไปอ่านกันนะ
 
 
แล้วเจอกานจ้า